วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

สรุปเนื้อหาบทที่ 7

       ระบบจะเกี่ยวข้องกับส่วนประกอบอื่นๆหลายส่วน ซึ่งต้องทำงานเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน เพื่อให้องค์กรหรือหน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ การพัฒนาและออกแบบระบบเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ระบบสาระสนเทศตรงตามความต้องการของผู้ใช้ทั่วไป บุคคลที่ทำห้าที่เหล่านี้คือ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน
         สาเหตุที่เราต้องมีการวิเคราะห์ระบบนั้น ก็เพื่อจะศึกษาถึงรายละเอียดของปัญหาว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยหาความต้องการ (Requirements) ให้ได้ว่าต้องการแก้ปัญหาหรืออยากได้อะไรเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ ซึ่งมักต้องอาศัยการศึกษาและฝึกถามคำถามด้วยว่าเราจะทำระบบอะไร (What) ทำโดยใคร (Who) ทำเมื่อไร (When) ทำไมต้องทำ (Why) และทำอย่างไรบ้าง (How) ซึ่งจะทำให้เราได้สาระสนเทศรงใจผู้ใช้มากที่สุด
        กระบวนการต่างๆเหล่านี้จึงเกี่ยวข้องกับการทำงานที่เป็นลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนวา เริ่มต้นต้องทำอะไรบ้าง และท้ายสุดแล้วจะต้องดูแลหรือรักษาระบบอย่างไรบ้าง ซึ่งมักแบ่งเป็นขั้นตอนหรือกลุ่มงานที่สำคัญชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการลงมือทำ กระบวนการเหล่านี้เรามักเรียกว่า วงจรการพัฒนาระบบหรือ SDLC (System Development Life Cycle) ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญๆคือ กำหนดปัญหา (Problem  Recognition),วิเคราะห์ระบบ (Analysis), ออกแบบระบบ (Design) ,พัฒนาระบบ (Implementation),การทดสอบ (Testing) ,ติดตั้งระบบ (Installation) และการบำรุงรักษา (Maintenance) นั่นเอง

สรุปเนื้อหาบทที่ 8

         ผังงาน (Flowchart) เป็นเครื่องมือแสดงลำดับการทำงานด้วยภาพสัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้มองเห็นขั้นตอนการทำงานได้ชัดเจน และนำไปเขียนโปรแกรมได้ง่านขึ้น โดยลักษณะของผังงานมีหลายรูปแบคือ แบบเรียงลำดับ (Sequence) ,แบบมีเงื่อนไข (Decision)  และแบบทำซ้ำ (Loop) ซึ่งแตกต่างไปตามลักษณะของการทำงานนั้นๆ
        ก่อนเริ่มลงมือเขียนโปรแกรมหรือปฏิบัติงานใดๆควรเขียนขั้นตอนและผังงานเอจัดลำดับความคิดและลำดับการทำงานให้ถูกต้อง ทำให้เห็นภาพรวมของงาน และแก้ไขเพิ่มเติมส่วนที่ผิดพลาดไปได้ง่าย โดยไม่ต้องเริ่มคิดใหม่ตั้งแต่ต้น
        เราสามารถเขียนผังงานโดยใช้โปรแกรมหรือเครื่องมือต่างๆใช้ในการออกแบบ ซึ่งมีผู้ผลิตโปรแกรมออกมาหลายค่าย ทำให้ลดขั้นตอนและเวลาการทำงานลงไปได้มากยิ่งขึ้น
                       

สรุปเนื้อหาบทที่ 9

      เครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นการนำเอาคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องมาเชื่อมต่อไว้ด้วยกัน เพื่อสามารถทำงานแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร รวมถึงการใช้ทรัพยากรบางอย่างร่วมกัน แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการคือ การใช้ข้อมูลทำได้ช้า ไม่สามารถใช้ได้ทันทีและยากต่อการควบคุมดูแลในบางกรณี ระบบเครือข่ายโดยทั่วไปอาจแบ่งได้กว้างๆเป็น 2 ลักษณะคือ LAN และ WAN องค์ประกอบของเคือข่ายประกอบด้วย อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ ลัวกลางนำข้อมูล ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่สายเคเบิ้ลต่างๆ เช่น สาย Coaxial , สาย UTP, คลื่นวิทยุ , สาย Fiber Optic เป็นต้น        เครือข่ายแบบไร้สาย คือเครือข่ายที่อาศัยคลื่นวิทยุในการรับข้อมูล ซึ่งมีประโยชน์คือไม่ต้องเดินสายเหมือน LAN แบบอื่น เหมากับการใช้งานในบ้านหรือท่ซึงไม่สะดวกเดินสาย แต่จะทำความเร็วได้ต่ำกว่าใช้สายหลายเท่า        การจัดแบ่งหน้าที่ในการทำงานของคอมทำพิวเตอร์ในเครือข่าย มี 2 แบบใหญ่ๆคือ Peer-to-Peer ซึ่งทุกเครื่องจะมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน และแบบ Server-based ซึ่งมีบางเครื่องทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์หรือผู้ให้บริการแก่เครื่องอื่นหรือที่เรียกว่า ไคลเอนด์

สรุปบทความบทที่ 10

อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายการติดต่อสื่อสารที่ใหญ่ที่สุด มีการเชื่อมต่อเหมือนร่างแหที่แผ่ไปทั่ว จึงมีจุดเชื่อมต่อเข้ามาได้มากมายโดยผ่านเครื่องที่เชื่อมต่ออย่เดิม ทั้งนี้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ผู้ใช้จำเป็นต้องใช้บริการของ ISP เพื่อขอเปิดการใช้งาน โดยต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการแปลงสัญญาณผ่านสื่อแต่ละประเภท
        การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีทั้งโมเด็มหมุนโทรศัพท์เรียกว่า Dial-up ซึ่งจำกัดความเร็วสูงสุดไม่เกิน 56 Kbps หรือการเชื่อมต่อด้วยการรับส่งข้อมูลด้วยความถี่สูงหรือบรอดแบนด์ (Broadband) เช่น แบบ ISDN , เคเบิล โมเด็ม (Cable Modem) , ADSL (Asymmetric Digital Subscriber Loop) และดาวเทียม (Satellite) แต่ที่ใช้กันมากก็มี ISDN และ ADSL
        การทำกิจกรรมบนอินเตอร์เน็ตต้องมีกติกาที่ถูกเครื่อง ทุกโปรแกรมต้องรับรู้และทำตามแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ซึ่งเรียกว่า โปรโตคอล

สรุปเนื้อหาบทที่ 11

         เทคโนโลยี คือ การเอาควมรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ใหม่เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอีกหนึ่งแขนงของวิชาด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ เช่น คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อจัดการกับระบบสารสนเทศที่ต้องการ        ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่นำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาจัดการกับข้อมูลในองค์กร ซึ่งมีผู้ใช้ 3 ระดับคือ ระดับสูง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารสูงสุด  ระดับกลางซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคลากรในระดับบริหารและจัดการ เช่น หัวหน้าแผนก หรือหัวหน้าฝ่าย และกลุ่มสุดท้ายคือ ผู้ใช้ระดับปฏิบัติการ ซึ่งได้แก่ กลุมผู้ปฏิบัติงาน
        เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศได้หลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ฯลฯ สำหรับประเทศไทยเองได้เ,งเห็นความสำคัญ โดยได้วางกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ IT2010 ขึ้น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ    การสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

สรุปเนื้อหาบทที่ 12

         พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นรูปแบบการทำธุรกรรมซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ ระหวางผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผ่านช่องทางการจำหน่ายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งแต่เดิมจะใช้ระบบ EDI หรือระบบแลกเปลียนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้คู่ค้าทั้งสองฝ่ายแลกเปลียนเอกสารทางการค้าได้โดยตรง แต่ก็มีความนิยมค่อนข้างน้อย เพราะมีค่าใช้จ่ายในการวางระบบและดำเนินงานสูง ซึ่งมีใช้เฉพาะในวงการอุตสสาหกรรมบางกลุ่มหรือการค้าเฉพาะทางเท่านั้น จนกระทั่งอินเตอร์เน็ตมีการใช้งานแพร่หลาย การแลกเป,ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จึงกลายมาเป็นการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตแทน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ากันมาก
        รูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบเห็นมากสุดสามารภแยกออกได้ 3 แบบคือ ธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) , ผู้บริโภคกับผู้บริโภค         (C2C) และธุรกิจกัยผู้บริโภค (B2C) สำหรับขั้นตอนการค้านั้นประกอบด้วย การออกแบบและการทำเว็บไซต์ การโฆษณาเผยแพร่ข้อมูล การทำรายงานซื้อขาย การส่งมอบสินค้า และการให้บริการหลังการขาย

สรุปเนื้อหาบทที่ 13

       จริยธรรมเป็นแบบแผนความประพฤติหรือความมีสามัญสำนึกต่อสังคมในทางที่ดี เมื่อกล่วถึงจริยธรรมที่มีความเกียวข้องกับสังคมยุคสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับกรอบแนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐาน 4 ประการคือ ความเป็นส่วนตัว ความถูกต้องแม่นยำ ความเป็นเจ้าของ และการเข้าถึงข้อมูล
        อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็นอีกกรณีหนึ่งที่พบเห็นได้ โดยนอกจากจะเป็นการกระทำที่ ขาดจริยธรรม แล้ว ยังถือว่าผิดกฎหมายด้วย การก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์มีหลายรูปแบบ เช่น การลักลอบเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนญาต การขโมยและการทำลายอุปกรณ์ การขโมยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การก่อกวนระบบด้วยโปรแกรมประสงค์ร้าย เป็นต้น วีป้องกันรักษาระบบคอมพิวเตอร์อาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น การติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส การใช้ระบบไฟร์วอลล์ การเข้ารหัสข้อมูล และการสำรองข้อมูล เป็นต้น